ตรวจเอดส์ด้วยตัวเองที่บ้าน

สามารถทำได้หรือไม่ ? หากต้องการตรวจเอดส์ด้วยตัวเอง

เกือบ 40 ปี ที่ผ่านมาสถานการณ์ผู้ติดเชื้อเอชไอวี (HIV) ทั่วโลกมีราวๆ 37.7 ล้านคน และกว่า 36 ล้านคนเสียชีวิต แม้ในปัจจุบันจะมีการรณรงค์ให้ทุกคนทราบถึงการป้องกันตนเอง แต่จำนวนผู้ติดเชื้อใหม่ก็ยังคงมีอย่างต่อเนื่อง สำหรับสถานการณ์การติดเชื้อเอชไอวีในประเทศไทย ตั้งแต่ปี 2527 จนถึง 2563 มีรายงานตัวเลขจำนวนผู้ติดเชื้อสะสมที่ยังมีชีวิตอยู่ 462,376 คน ในปี 2563 มีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 4,855 คน เฉลี่ยวันละ 13 คน  ซึ่งยังไม่ใช่ยอดผู้ติดเชื้อรายใหม่ที่แท้จริง เพราะผู้ติดเชื้อหลายคนกว่าจะทราบว่าตนเองติดเชื้อ ก็ต่อเมื่อร่างกายเริ่มแสดงอาการหรือเข้าสู้ระยะสุดท้ายที่เป็นกลายเป็นโรคเอดส์แล้ว ทำให้พลาดที่จะได้รับยาต้านไวรัสตั้งแต่ระยะเริ่มแรกที่ติดเชื้อ ดังนั้นหากมีความกังวลใจ หรือเป็นเสี่ยงที่จะติดเชื้อ HIV เราสามารถเข้ารับการตรวจเอดส์และรับคำปรึกษาจากแพทย์ได้

วิธีการตรวจเอดส์ทำยังไง?

วิธีการตรวจเอดส์มีอยู่ 3 วิธี ได้แก่

1. การตรวจ Antibody

เป็นการตรวจเลือดเพื่อหาภูมิคุ้นเคยต่อเชื้อ สามารถตรวจได้หลังจากรับเชื้อ หรือมีความเสี่ยงตั้งแต่ 14 วันขึ้นไป ซึ่งจะเป็นระยะที่ระบบภูมิคุ้มกันโรงของร่างกายเริ่มสร้างภูมิต้านทานเชื้อเอชไอวีออกมาต่อสู้แล้ว โดยจะใช้ชุดตรวจ Forth Generation ซึ่งสามารถตรวจหาได้ทั้งตรวจหาภูมิคุ้นเคย (Antibody) และการตรวจหาชิ้นส่วนของเชื้อ (Antigen)

2. การตรวจแบบ NAT (Nucleic Acid Testing)

เป็นการตรวจหาสายพันธุกรรมของเชื้อเอชไอวีที่ใช้ร่วมกับการตรวจ Antibody สามารถตรวจได้หลังมีความเสี่ยง 5-7 วันขึ้นไป ปัจจุบันคลินิกนิรนามให้บริการตรวจด้วยวิธีการตรวจแบบ NAT กับผู้เข้ารับการตรวจทุกราย หากการตรวจหาการติดเชื้อเอชไอวีด้วยวิธีการตรวจ Antibody ไม่พบการติดเชื้อ

3. การตรวจแบบ PCR (Polymerase Chain Reaction)

เป็นการวิธีตรวจหาสารพันธุกรรมในตัวเชื้อเอชไอวีในระดับอณูชีวโมเลกุล สามารตรวจได้หลังมีความเสี่ยงตั้งแต่ 2 สัปดาห์ขึ้นไป ซึ่งสามารถใช้ตัวในทารกที่มีความเสี่ยงต่อการรับเชื้อจากมารดาหลังคลอดตั้แต่ 1 เดือน และในผู้ใหญ่สามารถตรวจได้หลังมีความเสี่ยงตั้งแต่ 14 วันขึ้นไป

อย่างไรก็ตาม การตรวจแต่ละวิธีจะมีระยะวินโดว์พีเรียด (Window Period) หรือระยะเวลาที่ตรวจยังไม่พบเชื้อแตกต่างกันไป ดังนั้นการตรวจหาเชื้อเอชไอวี ควรตรวจหลังมีพฤติกรรมเสี่ยงหรือมีความเสี่ยงอย่างน้อย 30 วัน จึงจะมั่นใจได้ว่าผลออกมาปลอดภัยชัดเจน

ประโยชน์ของการตรวจเอดส์

  1. เข้ารับการรักษาได้ทันที ไม่ต้องรอให้แสดงอาการ 
  2. เพื่อทำให้มีสุขภาพที่แข็งแรง สามารถทำงานได้อย่างปกติ 
  3. สามารถวางแผนป้องกันคู่ของตนเองจากการติดเชื้อ และชวนคู่ไปตรวจเลือดได้ 
  4. สามารถวางแผนเพื่อป้องกันการติดเชื้อไปสู่ลูกได้ 
  5. ช่วยลดความกังวลใจ และทำให้มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับเอชไอวีและโรคเอดส์ การป้องกันตนเองได้อย่างถูกต้องและเหมาะสม
  6. หากคุณติดเชื้อ ก็จะได้รับการรักษาด้วยยาต้านไวรัสอย่างรวดเร็ว ซึ่งจะช่วยลดการป่วยจากโรคฉวยโอกาส เช่น วัณโรค และลดการเสียชีวิตลง
  7. สามารถลดโอกาสในการพัฒนาจากเอชไอวีเป็นโรคเอดส์ได้อย่างมาก

ตรวจเอดส์ได้ที่ไหนบ้าง?

การตรวจเอดส์ หรือตรวจหาเชื้อเอชไอวี ทั้ง 3 วิธี จำเป็นจะต้องติดต่อขอใช้บริการจากสถานบริการที่ได้รับการรับรองเพื่อให้ได้รับการวินิจฉัยที่รวดเร็วและแม่นยำมากที่สุด โดยสามารถติดต่อขอเข้ารับบริการตรวจฟรีได้ที่ คลีนิคนิรนาม สภากาชาดไทย และโรงพยาบาลประจำจังหวัดทุกแห่ง ตรวจได้ฟรีปีละ 2 ครั้ง เพียงยื่นบัตรประจำตัวประชาชนกับเจ้าหน้าที่

แม้ว่าจะไม่เสียค่าใช้จ่ายในการตรวจ แต่ก็มีค่าใช้จ่ายในการเดินทางและต้องใช้เวลาในการรอคิว อีกทั้งหลายคนก็มีความอายไม่กล้าที่จะไปตรวจตามสถานพยาบาลต่าง ๆ จนทำให้หลายคนไม่ได้เข้ารับการตรวจดและวินิจฉัยอย่างเหมาะสม ส่งผลให้หลายคนกลายเป็นพาหะแพร่เชื้อเอชไอวีให้กับคู่ครองหรือบุคคลอื่นโดยไม่ได้ตั้งใจ

ตรวจเอดส์ด้วยตัวเองที่บ้าน

ปัจจุบันเราสามารถตรวจเอดส์ได้ด้วยตนเองแล้ว เพียงใช้ชุดตรวจเอชไอวี (HIV Self Test) เป็นชุดตรวจเอชไอวีที่ได้รับการพัฒนาขึ้น เพื่อให้ผู้ที่ได้รับความเสี่ยงสามารถใช้ในการตรวจสอบเบื้องต้นว่าตนเองติดเชื้อเอชไอวีหรือไม่

ซึ่งการตรวจเอดส์ด้วยตนเองด้วยการซื้อชุดตรวจเอชไอวี จะทำให้ผู้ที่มีความเสี่ยงสามารถรู้สภาวะของตนเองได้เร็วขึ้น พร้อมทั้งหาวิธีรับมือและดูแลตนเองได้อย่างทันท่วงที

ชุดตรวจเอดส์ด้วยตนเอง ถูกกฎหมายแล้วหรือยัง?

ชุดตรวจเอดส์หรือชุดตรวจเอชไอวีด้วยตนเองได้รับการปลดล็อกให้สามารถวางจำหน่ายแล้ว โดย นพ.ปรีชา เปรมปรี รองอธิบดีกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ได้เปิดเผยว่า ชุดตรวจเอชไอวีด้วยตนเองผ่านการขึ้นทะเบียนรับรองมาตรฐานจากสํานักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) 2 ชนิด ได้แก่

  • ชุดตรวจหาการติดเชื้อเอชไอวีจากการเจาะเลือดปลายนิ้วมือ รู้ผลภายใน 1 นาที
  • ชุดตรวจหาการติดเชื้อเอชไอวีโดยการใช้น้ำลายอ่านผลได้ใน 20 นาที

ชุดตรวจหาการติดเชื้อเอชไอวีหรือชุดตรวจเอดส์ด้วยตัวเองมีกำหนดวางจำหน่ายปลายเดือนสิงหาคม 2564 ที่ผ่านมา ทั้งนี้เป็นไปตามปฏิญญาทางการเมืองที่ประกาศมุ่งมั่นยุติปัญหาเอดส์ภายในปี 2573 หรือในอีก 9 ปีข้างหน้า โดยมีเป้าหมายหลัก 3 ประการ คือ ลดจำนวนผู้ติดเชื้อเอชไอวีรายใหม่ ไม่เกิน 1,000 ราย/ปี ลดการเสียชีวิตจากเอดส์ ไม่เกิน 4,000 ราย/ปี และลดการรังเกียจตีตราและเลือกปฏิบัติต่อผู้ติดเชื้อหรือผู้ป่วย ให้ได้ร้อยละ 90

ชุดตรวจเอดส์หรือชุดตรวจเอชไอวีด้วยตนเองจึงเป็นทางเลือกใหม่ที่จะเพิ่มการเข้าถึงการตรวจหาเชื้อเอชไอวีให้มากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มที่มีพฤติกรรมเสี่ยงหรือสงสัยว่าติดเชื้อ แต่ไม่สามารถไปตรวจหาเชื้อที่สถานพยาบาลตามปกติได้ ชุดตรวจเอดส์ด้วยตนเองนี้จะทำให้ประชาชนสามารถตรวจคัดกรองการติดเชื้อเบื้องต้น เพื่อให้รู้สถานการณ์ติดเชื้อของตนเอง และตัดสินใจเข้ารับตรวจยืนยันอีกครั้งที่สถานพยาบาลอีกครั้ง หากตรวจพบว่าติดเชื้อก็จะสามารถเข้าสู่กระบวนการรักษาอย่างรวดเร็ว จนสามารถลดการติดเชื้อไวรัสเอชไอวีในกระแสเลือด และป้องกันการแพร่เชื้อสู่ผู้อื่น

Similar Posts