อินสติ ชุดตรวจ HIV ที่ผ่าน อย.

การติดเชื้อเอชไอวีมีการระบาดทั่วโลกตั้งแต่ปี 2524 จนถึงขณะนี้เกือบ 40 ปี มีผู้ติดเชื้อทั่วโลกจำนวน 37.7 ล้านราย เสียชีวิต 36 ล้านราย การรักษาโรคเอดส์ซึ่งเกิดจากการติดเชื้อ HIV นั้น ยังไม่มีแนวทางที่เด่นชัด แต่เราพบว่าการใช้ยาต้านไวรัสจะช่วยลดความเสี่ยงของอาการได้ดี ดังนั้น การตรวจคัดกรองเชื้อ HIV ตั้งแต่แรกเริ่มที่ทราบว่าตัวเองมีความเสี่ยงจึงสำคัญอย่างยิ่ง เพราะเมื่อรู้ตัวเร็วว่าได้รับเชื้อ HIV ก็จะสามารถให้รักษาอาการป่วยได้อย่างถูกต้อง การใช้ชุดตรวจ HIVด้วยตนเอง ก็เป็นทางเลือกที่สำคัญที่ช่วยให้ผู้ที่มีความเสี่ยงสามารถเข้าถึงการตรวจหาเชื้อ HIV ได้สะดวก รวดเร็ว สามารถตรวจเองได้ที่บ้าน โดยการเลือกซื้อชุดตรวจ HIV ด้วยตนเองมาทดสอบนั้นควรเลือกที่ได้รับการรับรองจาก อย.นั่นเอง

ชุดตรวจหาเชื้อ HIV ด้วยตนเอง คืออะไร ?

ในปัจจุบันนวัตกรรมเกี่ยวกับการตรวจหา HIV (เอชไอวี) พัฒนาไปมาก บุคคลทั่วไปสามารถเข้าถึงการตรวจได้ง่ายดายกว่าในอดีต และหนึ่งในวิธีการตรวจที่ได้รับความนิยมอย่างสูง และมีผลการตรวจที่ค่อนข้างชัดเจนเชื่อถือได้ก็คือการชุดตรวจ HIV (เอชไอวี) ด้วยตนเอง ซึ่งเป็นชุดการตรวจหาเชื้อด้วยตนเองที่ทำให้แบบทราบผลทันที สามารถหาซื้อชุดตรวจได้ตามร้านขายยา หรือร้านขายออนไลน์

 ทั้งนี้ ในด้านกฎหมาย สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ได้ออกประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง ชุดตรวจที่เกี่ยวข้องกับการติดเชื้อเอชไอวี (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2562 และประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง ชุดตรวจที่เกี่ยวข้องกับการตรวจคัดกรองการติดเชื้อเอชไอวีด้วยตนเอง พ.ศ. 2562 เริ่มมีผลใช้บังคับเมื่อวันที่ 9 เมษายน 2562 โดยปลดล็อคให้มีชุดตรวจคัดกรองการติดเชื้อเอชไอวีด้วยตนเองได้ โดย อย. กำหนดให้ชุดตรวจคัดกรองการติดเชื้อเอชไอวีด้วยตนเองที่จัดจำหน่าย ต้องมีเอกสารเกี่ยวกับข้อมูลที่ผู้ใช้งานชุดตรวจควรรู้ เพื่อให้ได้ข้อมูลที่มีความชัดเจน ต้องมีข้อมูลสนับสนุนการใช้ชุดตรวจดังกล่าวผ่าน QR Code หรือเว็บไซต์ที่ให้ข้อมูลและความรู้ มีการสาธิตวิธีการตรวจ การสรุปผลและหมายเลขโทรศัพท์ที่สามารถติดต่อให้คำปรึกษาเพิ่มเติมได้โดยตรง ในปัจจุบันจึงมีชุดตรวจหาเชื้อ HIV ด้วยตนเองจัดจำหน่ายในณุปแบบแพลตฟอร์มออนไลน์ และมีวางขายตามร้านขายยา โดยมีชุดทดสอบผ่านการขึ้นทะเบียนรับรองมาตรฐานจาก อย.แล้ว 2 ชนิด คือ ชุดตรวจหาการติดเชื้อเอชไอวีจากการเจาะเลือดปลายนิ้วมือ รู้ผลภายใน 1 นาที และชุดตรวจโดยการใช้น้ำลายอ่านผลได้ใน 20 นาที โดยเตรียมวางจำหน่ายในร้านขายยาแผนปัจจุบันทั่วประเทศ ทั้งนี้รูปแบบชุดตรวจที่มี ได้แก่

ชุด Rapid Test การตรวจหาแอนติบอดีที่จำเพาะต่อเชื้อเอชไอวี (Anti-HIV testing)

ชุด Rapid Test นี้จะใช้ในการตรวจสอบการติดเชื้อด้วยตนเอง จากการตรวจหาแอนติบอดีที่ของเชื้อที่จำเพาะต่อเชื้อเอชไอวี (Anti-HIV testing) ซึ่งให้ผลตรวจที่แม่นยำกว่า 99.5 % โดยผลตรวจจะแม่นยำมากสำหรับผู้ตรวจที่ได้รับเชื้อมาแล้วเกิน 3 เดือน การเทสด้วยตนเองจะใช้วิธีการเจาะเลือดและหยดลงในผ่านเทส

ชุดการตรวจด้วยน้ำยา Fourth generation (HIV Ag/Ab combination assay)

การตรวจโดยน้ำยาตรวจแบบ Fourth generation เป็นการตรวจโดยใช้ชุดตรวจแอนติบอดีจำเพาะต่อเชื้อ HIV และแอนติเจนของเชื้อพร้อมกันในน้ำยาเดียวกัน (HIV Ag/Ab combination assay) สามารถตรวจพบการติดเชื้อได้เร็วที่สุด 14-15 วัน หรือ 2 สัปดาห์หลังติดเชื้อ ปัจจุบันน้ำยาประเภทนี้มีการใช้อย่างแพร่หลายเพื่อตรวจคัดกรองผู้ที่ติดเชื้อเอชไอวี ให้ผลที่เชื่อถือได้ โดยชุดตรวจแบบ Fourth generation ด้วยตนเองเป็นชุดตรวจที่สามารถตรวจได้ตั้งแต่พบว่าตนเองมีความเสี่ยง 2 สัปดาห์หรือ 14 วันขึ้นไป

อย่างไรก็ตาม การใช้ชุดตรวจเชื้อ HIV ด้วยตนเอง เป็นการตรวจคัดกรองเบื้องต้น แม้ว่าจะมีผลการตรวจที่แม่นยำถึง 99.5 % แต่เมื่อมีการอ่านผลการทดสอบแล้ว หากพบว่ามีค่าเป็นบวก ซึ่งหมายถึงมีการติดเชื้อ ก็ควรเข้ารับการตรวจที่ชัดเจนจากสถานพยาบาลอีกครั้ง และในกรณีที่มีผลการตรวจเป็นลบ ซึ่งหมายถึงไม่มีการติดเชื้อ ควรมีการตรวจซ้ำอีกครั้งเมื่อพ้นระยะรอคอย 30 วัน เพื่อการยืนยันผลที่ชัดเจนขึ้น

ใครบ้างที่ควรใช้ชุดตรวจ HIV ด้วยตนเอง

  • ผู้ที่ต้องการทราบสถานะเลือด แต่ไม่ต้องการเดินทางไปยังสถานพยาบาล
  • ผู้ที่ต้องการให้ผลการตรวจเป็นความลับและต้องการความเป็นส่วนตัว
  • ผู้ที่มีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อเอชไอวี
  • ผู้ที่ต้องการทราบผลเลือดก่อนตัดสินใจเดินทางไปตรวจยังสถานพยาบาล

รูปแบบของชุดตรวจ HIV ด้วยตนเองในปัจจุบัน

  • ชุดตรวจเอชไอวีด้วยตนเอง (เจาะเลือด) เป็นรูปแบบการตรวจเอชไอวีเบื้องต้นที่สามารถทำได้เอง โดยการตรวจคัดกรองจากเลือดหรือส่วนประกอบของเลือด ซึ่งผู้ตรวจจะต้องศึกษาการใช้งานชุดตรวจอย่างละเอียดผ่านเอกสารที่แนบมาภายในชุดตรวจ ทั้งนี้ข้อควรระวังสำหรับชุดตรวจนี้คือใช้ได้เพียงครั้งเดียวเท่านั้น กรณีที่ชุดตรวจเอชไอวีมีสภาพไม่สมบูรณ์ห้ามใช้ชุดตรวจนั้น ๆ เด็ดขาด ที่สำคัญคือการตรวจด้วยชุดตรวจนี้เป็นการตรวจเบื้องต้นเท่านั้น หากทราบผลว่าติดเชื้อผู้ตรวจต้องเข้ารับการตรวจยืนยันจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญอีกครั้ง
  • ชุดตรวจเอชไอวีด้วยตนเอง (น้ำลาย) เป็นรูปแบบการตรวจเอชไอวีเบื้องต้นที่สามารถทำได้เอง โดยการตรวจคัดกรองจากน้ำลายหรือของเหลวในช่องปาก ซึ่งผู้ตรวจจะต้องทำความเข้าใจและทราบขั้นตอนการตรวจอย่างครบถ้วนก่อน เพื่อกระบวนการตรวจที่แม่นยำและผลที่แน่ชัดมากที่สุด ทั้งนี้ข้อควรระวังไม่แตกต่างจากชุดตรวจด้วยการเจาะเลือดเท่าไหร่นัก จำกัดเพียงว่าจะต้องใช้ของเหลวจากช่องปากในตำแหน่งที่เจาะจงไว้ในคำแนะนำเท่านั้น สิ่งสำคัญคือไม่ควรทำความสะอาดช่องปากอย่างน้อย 30 นาทีก่อนการตรวจ 

ชุดตรวจ HIV ด้วยตนเองมีข้อดีข้อเสียอย่างไร?

ข้อดีของชุดตรวจเอชไอวีด้วยตนเอง

  • สามารถตรวจหาเชื้อเอชไอวีได้อย่างรวดเร็ว
  • มีความแม่นยำและประสิทธิภาพเทียบเท่าการตรวจคัดกรองในสถานพยาบาล
  • ประหยัดเวลาในการตรวจ
  • ลดภาระในการทำงานของเจ้าหน้าที่
  • เพิ่มโอกาสในการทราบผลที่เร็วขึ้น ทำให้รักษาได้อย่างทันท่วงที
  • มีความเป็นส่วนตัวสูง ไม่ต้องแสดงข้อมูลส่วนตัวก่อนการตรวจ

ข้อเสียของชุดตรวจเอชไอวีด้วยตนเอง

  • ผู้ตรวจจะต้องทราบระยะความเสี่ยงที่เหมาะสมต่อการตรวจที่แม่นยำ
  • ผู้ตรวจจะไม่ได้รับคำแนะนำและคำปรึกษาจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญโดยตรง
  • ผู้ตรวจจะต้องทำความเข้าใจวิธีการใช้งานและการอ่านค่าอย่างละเอียดด้วยตนเอง
  • ความผิดพลาดอาจเกิดขึ้นได้ในระหว่างกระบวนการตรวจ
  • การรับมือทางจิตใจในกรณีทราบผลว่าติดเชื้อเอชไอวีอาจน้อยกว่าตรวจกับแพทย์โดยตรง
  • ผลตรวจเพียง 1 ครั้งไม่สามารถยืนยันผลได้ 100% อาจเกิดความเข้าใจผิด นำไปสู่การแพร่เชื้อและเกิดโรคฉวยโอกาสต่าง ๆ ได้

ชุดตรวจคัดกรอง HIV ด้วยตนเอง ถือว่าเป็นทางเลือกใหม่ที่จะช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคเอดส์ หรือโรคภูมิคุ้มกันบกพร่องจากการติดเชื้อ HIV ได้เป็นอย่างดี เพราะการใช้ชุดตรวจคัดกรอง HIV ด้วยตนเอง จะเป็นเพิ่มการเข้าถึงการตรวจหาเชื้อได้มากขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มที่มีพฤติกรรมเสี่ยง 5 กลุ่มหลัก ได้แก่ กลุ่มชายมีเพศสัมพันธ์ชาย กลุ่มหญิงข้ามเพศ กลุ่มพนักงานบริการ ผู้ใช้ยาเสพติดชนิดฉีดเข้าเส้น และประชาชนทั่วไป ซึ่งการเข้าถึงการตรวจหาเชื้อ HIV ได้ง่ายนั้น จะช่วยให้ผู้ป่วยค้นพบต้นตอของโรคได้อย่างรวดเร็ว ช่วยลดความเสี่ยงในการแพร่เชื้อ ช่วยให้ผู้ป่วยได้รับการรักษาอย่างทันท่วงทีและถูกต้อง อย่างไรก็ตาม ในปัจจุบันมีการลักลอบนำเข้าชุดตรวจที่ไม่ผ่านการตรวจรับรองจาก อย. ซึ่งชุดตรวจดังกล่าว ผลที่ตรวจออกมานั้นจะไม่มีความน่าเชื่อถือ ดังนั้น เมื่อเราจะเลือกซื้อชุดตรวจเชื้อ HIV ด้วยตนเองมาใช้ สิ่งที่เราต้องคำนึงถึงเป็นสำคัญก็คือต้องเลือกชุดตรวจที่มีมาตรฐาน ผ่านการรับรอง และตรวจสอบได้เท่านั้น โดยชุดตรวจที่ได้มาตรฐานเหล่านี้ บนกล่องจะมีเลข อย. ชัดเจน จะระบุมาตรฐานความแม่นยำในการตรวจ ซึ่งความแม่นยำตามกำหนดของ อย.ก็คือต้องเกิน 99.5% ขึ้นไป ท่านที่กำลังกังวลว่าตนเองมีความเสี่ยง และต้องการตรวจสอบข้อมูลชุดตรวจที่ได้รับการรับรอง สามารถเช็คข้อมูลชุดตรวจเชื้อ HIV ด้วยตนเองได้โดยตรงจากเว็บไซต์ของกระทรวงสาธารณสุข

Similar Posts