ชุดตรวจ HIV (เอชไอวี) เชื่อถือได้ไหม ?

ในปัจจุบันนวัตกรรมเกี่ยวกับการตรวจหา HIV (เอชไอวี) พัฒนาไปมาก บุคคลทั่วไปสามารถเข้าถึงการตรวจได้ง่ายดายกว่าในอดีต และหนึ่งในวิธีการตรวจที่ได้รับความนิยมอย่างสูง และมีผลการตรวจที่ค่อนข้างชัดเจนเชื่อถือได้ก็คือการชุดตรวจ HIV (เอชไอวี) ด้วยตนเอง ซึ่งเป็นชุดการตรวจหาเชื้อด้วยตนเองที่ทำให้แบบทราบผลทันที สามารถหาซื้อชุดตรวจได้ตามร้านขายยา หรือร้านขายออนไลน์ มีหลากหลายแบรนด์และหลากหลายรูปแบบให้เลือก สำหรับใครที่พบว่าตนเองกำลังมีความเสี่ยงในการรับเชื้อ HIV (เอชไอวี) และยังสงสัยว่าชุดตรวจ HIV (เอชไอวี)  เชื่อถือได้ไหม ? การตรวจHIV ด้วยตนเองดีไหม วันนี้เรามีแนวทางดีๆ มาแนะนำ

ตรวจ HIV ด้วยตนเอง ดีไหม ?

  • ชุดตรวจ HIV (เอชไอวี) ด้วยตนเอง เป็นการทดสอบเบื้องต้นเพื่อดูแนวโน้มการติดเชื้อ HIV ว่าเราได้รับเชื้อหรือไม่ ผลในการทดสอบมีความชัดเจน น่าเชื่อถือ ได้รับการรองรับจาก อย. โดยมีข้อแนะนำการใช้งานคือ หากมีผลเป็นบวกต้องเข้าตรวจซ้ำที่สถานพยาบาล และหากมีผลเป็นลบต้องตรวจซ้ำหลัง 30 วัน
  • การใช้ชุดตรวจ HIV (เอชไอวี) ด้วยตนเอง สามารถใช้งานได้ไม่ยุ่งยาก ในแต่ละผลิตภัณฑ์จะมีคำแนะนำมาให้ โดยผู้ที่ต้องการตรวจสามารถทำได้เองที่บ้าน จึงลดความรู้สึกเขินอายหากต้องไปโรงพยาบาล และช่วยให้ผู้ที่มีแนวโน้มจะรับเชื้อ HIV (เอชไอวี) ได้ง่าย เช่น กลุ่มนิยมการเปลี่ยนคู่นอน ภรรยาหรือสามีที่ไม่มั่นใจในผลเลือดของคู่สมรส สามารถตรวจความเสี่ยงในการรับเชื้อได้บ่อยๆ

การตรวจหาเชื้อ HIV (เอชไอวี) มีกี่วิธี

  • การตรวจหาแอนติเจนของเชื้อ HIV หรือ HIV p24 antigen testing เป็นการตรวจโปรตีนของเชื้อที่ชื่อว่า p24 ซึ่งตรวจจากการติดเชื้อในระยะแรก ขนะที่ร่างกายยังไม่สร้างแอนติบอดีต่อเชื้อ HIV (Anti-HIV)  สามารถตรวจได้ภายหลังการติดเชื้อประมาณ 14-15 วัน หากตรวจพบแอนติเจนของเชื้อ HIV จะต้องตรวจหาแอนติบอดีของเชื้ออีกครั้ง
  • การตรวจหาแอนติบอดีที่จำเพาะต่อเชื้อเอชไอวี (Anti-HIV testing) เป็นวิธีที่นิยมใช้ในการตรวจคัดกรองการติดเชื้อไวรัส HIV ในปัจจุบัน เพราะให้ผลที่แม่นยำ แต่สามารถตรวจพบได้หลังการติดเชื้อประมาณ 3-4 สัปดาห์
  • การตรวจแบบ Fourth generation (HIV Ag/Ab combination assay) เป็นการตรวจโดยใช้ชุดตรวจแอนติบอดีจำเพาะต่อเชื้อ HIV และแอนติเจนของเชื้อพร้อมกันในน้ำยาเดียวกัน (HIV Ag/Ab combination assay) จึงเป็นการตรวจ Anti-HIV และ/หรือ HIV p24 antigen ในคราวเดียว  สามารถตรวจพบการติดเชื้อได้เร็วที่สุด 14-15 วัน หรือ 2 สัปดาห์หลังติดเชื้อ ซึ่งปัจจุบันน้ำยาประเภทนี้มีการใช้อย่างแพร่หลายเพื่อตรวจคัดกรองผู้ที่ติดเชื้อเอชไอวี ให้ผลที่เชื่อถือได้
  • การตรวจหาสารพันธุกรรมของเชื้อเอชไอวีหรือ nucleic acid test (NAT) เป็นวิธีที่มีความไวมากที่สุด โดยสามารถตรวจการติดเชื้อได้ตั้งแต่ 3-7 วันหลังการติดเชื้อ ปัจจุบันวิธีนี้ใช้ในการตรวจคัดกรองเลือดผู้บริจาคโลหิตแต่ยังไม่นำมาใช้ในการตรวจคัดกรองผู้ติดเชื้อเอชไอวีในสถานพยาบาล

การตรวจหาเชื้อ HIV (เอชไอวี) โดยชุดตรวจหาเชื้อด้วยตนเอง

ในปัจจุบันมีชุดเทส HIV ในรูปแบบที่สามารถหาซื้อมาตรวจด้วยตนเองที่บ้านได้ ทำให้เกิดความสะดวกและสามารถตรวจเพื่อความมั่นใจ ลดความกังวลของผู้มีความเสี่ยงได้ดียิ่งขึ้น ทั้งนี้รูปแบบชุดตรวจที่มี ได้แก่

ชุด Rapid Test การตรวจหาแอนติบอดีที่จำเพาะต่อเชื้อเอชไอวี (Anti-HIV testing)

ชุด Rapid Test ที่ใช้ในการตรวจสอบการติดเชื้อด้วยตนเอง จะใช้วิธีการเจาะเลือดและหยดลงในผ่านเทส เพื่อตรวจหาแอนติบอดีที่ของเชื้อ ซึ่งให้ผลตรวจที่แม่นยำกว่า 99% โดยผลตรวจจะแม่นยำมากสำหรับผู้ตรวจที่ได้รับเชื้อมาแล้วเกิน 3 เดือนซึ่งชุดเทสในรูปแบบนี้ ยังไม่ได้รับการรับรองจาก อย. แม้จะมีการแอบจำหน่ายกันก็ตาม

ชุดการตรวจด้วยน้ำยา Fourth generation (HIV Ag/Ab combination assay)

การตรวจโดยน้ำยาตรวจแบบ Fourth generation เป็นการตรวจโดยใช้ชุดตรวจแอนติบอดีจำเพาะต่อเชื้อ HIV และแอนติเจนของเชื้อพร้อมกันในน้ำยาเดียวกัน (HIV Ag/Ab combination assay) สามารถตรวจพบการติดเชื้อได้เร็วที่สุด 14-15 วัน หรือ 2 สัปดาห์หลังติดเชื้อ ปัจจุบันน้ำยาประเภทนี้มีการใช้อย่างแพร่หลายเพื่อตรวจคัดกรองผู้ที่ติดเชื้อเอชไอวี ให้ผลที่เชื่อถือได้ โดยชุดตรวจแบบ Fourth generation ด้วยตนเองเป็นชุดตรวจที่สามารถตรวจได้ตั้งแต่พบว่าตนเองมีความเสี่ยง 2 สัปดาห์หรือ 14 วันขึ้นไป และเป็นชุดตรวจที่ได้รับการรองรับมาตรฐานจาก อย. อีกด้วย อย่างไรก็ตาม เมื่อมีการอ่านผลการทดสอบแล้ว หากพบว่ามีค่าเป็นบวก ซึ่งหมายถึงมีการติดเชื้อ ควรเข้ารับการตรวจที่ชัดเจนจากสถานพยาบาลอีกครั้ง และในกรณีที่มีผลการตรวจเป็นลบ ซึ่งหมายถึงไม่มีการติดเชื้อ ควรมีการตรวจซ้ำอีกครั้งเมื่อพ้นระยะรอคอย 30 วัน เพื่อการยืนยันผลที่ชัดเจน

การตรวจหาเชื้อเอชไอวี (HIV) ด้วยตนเองนั้น เป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการดูแลสุขภาพที่ช่วยให้เราเกิดความสะดวกในการตรวจหาเชื้อ HIV (เอชไอวี) ได้ที่บ้านอย่างง่ายๆ ให้ผลที่น่าเชื่อถือได้ ราคาต่อชุดอยู่ที่ประมาณ 500 – 1000 บาท ขึ้นอยู่กับรูปแบบการตรวจและแบรนด์ ทั้งนี้ หากเราพบว่าเรามีความเสี่ยง การเข้ารับการตรวจหรือซื้อชุดเทสมาตรวจหาเชื้อ HIV ด้วยตนเอง เพราะการติดเชื้อ HIV (เอชไอวี) นั้นไม่มีการแสดงอาการ จะแสดงอาการเมื่อเชื้อไวรัสได้พัฒนาจนลุกลามไปทำลายภูมิคุ้มกันและกลายเป็นโรคเอดส์แล้วเท่านั้น การตรวจพบเชื้อตั้งแต่เนิ่น ๆ จะช่วยให้เราดูแลสุขภาพและยับยั้งอาการของโรคได้ดีขึ้น

Similar Posts