ชุดตรวจ HIV ร้านขายยามีขายหรือไม่?

ในปัจจุบันชุดตรวจ HIV สามารถหาซื้อได้แล้วตามร้านขายยา ตามที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.)ให้การรับรอง การตรวจหาเชื้อเอชไอวี (HIV) ยังคงเป็นเรื่องที่สำคัญและจำเป็น เพราะการตรวจพบเชื้อตั้งแต่เนิ่น ๆ จะช่วยป้องกันความรุนแรงของอาการของโรคได้ อย่างไรก็ตาม เราพบว่าคนส่วนใหญ่ไม่คอยนิยมหรือยินดีที่จะไปตรวจการติดเชื้อเอชไอวี (HIV) ที่สถานพยาบาล เพราะมีความเขินอาย ดังนั้นการซื้อชุดตรวจเชื้อเอชไอวี (HIV) มาตรวจด้วยตนเองจึงเป็นทางเลือกที่ช่วยให้ผู้มีความเสี่ยงสามารถเข้าถึงการตรวจการติดเชื้อได้ดียิ่งขึ้น

ชุดตรวจคัดกรองเชื้อเอชไอวี (HIV) ด้วยตนเอง

โรคเอดส์เป็นกลุ่มอาการในระยะสุดท้ายของการติดเชื้ออชไอวี (HIV)  หรือ human immunodeficiency virus ซึ่งเป็นเชื้อไวรัส ที่เมื่อเกิดขึ้นแล้วจะเข้าไปทำลายระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย ทำให้ผู้ป่วยไม่สามารถต่อสู้กับเชื้อโรคทั้งหลายที่เข้าสู่ร่างกายได้ ดังนั้นขั้นตอนสำคัญในการป้องกันการเป็นโรคเอดส์ก็คือการตรวจการติดเชื้อเอชไอวี (HIV) เมื่อเราพบว่าตนเองมีความเสี่ยง ซึ่งในปัจจุบัน กระทรวงสาธารณะสุข สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ได้เห็นถึงความสำคัญต่อการการตรวจการติดเชื้อเอชไอวี (HIV)  จึงได้ทำการปลดล็อก ให้ประชาชนสามารถเข้าถึงชุดตรวจคัดกรองการติดเอชไอวี (HIV)  ด้วยตนเอง โดยชุดตรวจนั้นๆจะต้องผ่านการรับรองจากอย.ไทยก่อน

ชุดตรวจ HIV ร้านขายยามีอะไรบ้าง ?

HIV Self-Test หรือชุดตรวจคัดกรองเอชไอวีด้วยตนเอง สามารถหาซื้อได้ตามร้านขายยาทั่วไป โดยที่ขายอยู่คือยี่ห้อ INSTi อิสติ แต่ในปัจจุบันก็พบว่ามีวางขายจำนวนไม่มากนัก เนื่องจากผู้ซื้อโดยส่วนใหญ่นิยมซื้อผ่านทางแพลตฟอร์มหรือร้านจำหน่ายชุดตรวจ HIV ออนไลน์  โดยชุดตรวจ HIV Self-Test ที่วางจำหน่านนั้นจะเป็นชุดตรวจแบบง่าย ที่ตรวจแล้วสามารถรู้ผลทันที (Rapid test)  ชุดตรวจ HIV Self-Test ที่ผ่านการรับรอง จากอย.ไทย จะเป็นชุดตรวจที่ได้รับการรับรองว่า มีประสิทธิภาพสูง และให้ ผลตรวจ ได้อย่างแม่นยำ หากมีการ ใช้งานชุดตรวจอย่างถูกต้อง ตามคู่มือที่ให้มา สามารถซื้อ online ได้ที่ https://thailandhivtest.com/

ชุดตรวจคัดกรองเชื้อเอชไอวี (HIV) ที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.)ให้การรับรอง

ชุดการตรวจ HIV Self-Test  ที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.)ให้การรับรอง คือชุดอินสติ INSti ราคาของชุดตรวจอยู่ที่ประมาณ 600 – 1200 บาท  อย่างไรก็ตาม เมื่อมีการอ่านผลการทดสอบแล้ว หากพบว่ามีค่าเป็นบวก ซึ่งหมายถึงมีการติดเชื้อ ควรเข้ารับการตรวจที่ชัดเจนจากสถานพยาบาลอีกครั้ง และในกรณีที่มีผลการตรวจเป็นลบ ซึ่งหมายถึงไม่มีการติดเชื้อ ควรมีการตรวจซ้ำอีกครั้งเมื่อพ้นระยะรอคอย 30 วัน เพื่อการยืนยันผลที่ชัดเจน

ข้อดีของการใช้ชุดตรวจคัดกรองเชื้อเอชไอวี (HIV) ด้วยตนเอง

สามารถตรวจคัดกรองการติดเชื้อเอชไอวี (HIV) ได้ตั้งแต่ 21 วัน เป็นต้นไป

โดยปกติแล้วการตรวจการติดเชื้อเอชไอวี (HIV) จะใช้หลักการในการตรวจหาแอนติบอดี ที่สร้างกายสร้างขึ้นเพื่อต่อต้านการติดเชื้อเอชไอวี (HIV) โดยหลังจากที่เรามีความเสี่ยงต้องเว้นระยะรอคอยถึง 30 วัน จึงจะสามารถตรวจหาแอนติบอดีได้ แต่ชุดการตรวจ HIV Self-Test  ใช้หลักการในการตรวจ Anti-HIV และ/หรือ HIV p24 antigen ในคราวเดียว จึงสามารถตรวจได้ทั้งแต่ 21 วัน นับจากวันที่เราพบความเสี่ยง และให้ผลที่ค่อนข้างแม่นยำ

สามาถตรวจได้เองที่บ้าน

การตรวจคัดกรองเบื้องต้นด้วยชุดการตรวจ HIV Self-Test มีวิธีการใช้งานที่ง่าย ไม่ซับซ้อน ผู้ที่สงสัยว่าตนเองอาจจะมีความเสี่ยงสามารถตรวจได้ด้วยตนเองที่บ้าน จึงช่วยลดปัญหาที่ผู้มีความเสี่ยงได้รับเชื้อ เอชไอวี (HIV) ไม่กล้าไปตรวจที่สถานพยาบาล เพราะความเขินอาย ทั้งนี้ ในปัจจุบันองค์ความรู้เกี่ยวกับ HIV มีมากยิ่งขึ้น เราไม่จำเป้นต้องเขินอายแต่ควรรับตรวจทันทีที่พบว่าตนเองมีความเสี่ยงและอยู่ในระยะที่สามารถตรวจคัดกรองได้ เพื่อจะได้ทราบแนวทางในการดูแลตนเองอย่างถูกต้อง

เพื่อป้องกันไม่ให้เชื้อเอชไอวีพัฒนาไปสู่ระยะโรคเอดส์ได้  เมื่อเราคิดว่าเรามีความเสี่ยงในการได้รับเชื้อ HIV เราก็ควรที่จะหาวิธีในการตรวจการติดเชื้อให้เร็วที่สุด เพื่อให้เราสามารถรักษาได้อย่างถูกต้องเหมาะสม อย่างรวดเร็ว  ทั้งนี้ผู้ที่มีความเสี่ยงจะรับเชื้อเอชไอวี (HIV) และควรตรวจคัดกรองได้แก่  ผู้ที่มีเพศสัมพันธ์กับคู่นอนโดยไม่ได้ป้องกัน หรือไม่มั่นใจในผลเลือดของคู่นอน ผู้ที่ถูกล่วงละเมิดทางเพศมา ผู้ที่มีความเสี่ยงในการติดเชื้อโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อื่นๆ เช่น ซิฟิลิส หนองใน ผู้ที่สัมผัสกับเลือดหรือสารคัดหลั่งจากผู้ที่เราไม่ทราบผลเลือด  บุคลากรทางการแพทย์ที่เสี่ยงต่ออุบัติเหตุที่นำไปสู่การติดเชื้อHIV ได้ และทารกที่เกิดจากมารดาซึ่ง ติดเชื้อ HIV   เป็นต้น

Similar Posts