การตรวจ Anti HIV คืออะไร?

เมื่อกล่าวถึงการตรวจเพื่อคัดกรองการติดเชื้อ HIV ซึ่งเป็นเชื้อไวรัสที่ส่งผลต่อการทำลายระบบภูมิคุ้มกันร่างกาย จนอาจจะกลายเป็นโรคภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่องหรือโรคเอดส์นั้น เราคงจะได้ยินกันว่าต้องรอระยะเวลาประมาณ 30 วันเพื่อตรวจหา Anti HIV หลายคนอาจจะยังไม่เข้าใจว่า การตรวจ Anti HIV นั้นคืออะไร ทำไมต้องมีระยะเวลารอคอยการตรวจนานถึง 30 วัน หรือในบางรายหมออาจจะระบุให้ตรวจซ้ำใหม่ การตรวจ Anti HIV นั้น ผลตรวจน่าเชื่อถือได้หรือไม่อย่างไร เราควรจะไปตรวจที่ไหน วันนี้เราจึงได้รวบรวมทุกข้อสงสัยเกี่ยวกับการตรวจ Anti HIV มาฝาก

มาทำความรู้จักกับ Anti HIV สักหน่อย

ก่อนที่จะไปทำความรู้จักกับการตรวจ Anti HIV เรามาเริ่มต้นจากการทำความรู้จัก เชื้อ HIV และ Anti HIV ในเบื้องต้นก่อน เชื้อ HIV  หรือ Human Immunodeficiency Virus เป็นเชื้อไวรัสที่เมื่อเราได้รับเชื้อแล้วจะทำลายระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย ทำให้ร่างกายไม่สามารถต่อสู้กับการติดเชื้อต่างๆ ได้ ซึ่งเราเรียกภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่องนี้ว่าโรคเอดส์ เมื่อร่างกายของเราได้รับเชื้อ HIV ร่างกายของเราจะสร้างแอนติบอดีขึ้นมาเพื่อต่อสู้กับเชื้อไวรัส HIV ซึ่งเป็นไปตามกลไกปกติของระบบภูมิคุ้มกันที่ร่างกายจะพยายามสร้างแอนติบอดีออกมาเพื่อกำจัดเชื้อไวรัส  แอนติบอดีคือภูมิคุ้มกันที่ร่างกายสร้างขึ้นเพื่อกำจัดเชื้อไวรัส HIV เราจะเรียกมันว่า Antibody HIV หรือเรียกสั้น ๆ ว่า Anti HIV   ส่วนตัวเชื้อไวรัส HIV ที่เข้าสู่ร่างกาย ศัพท์ทางการแพทย์จะเรียกว่าแอนติเจน Antigen  อย่างไรก็ตาม เมื่อร่างกายได้รับเชื้อ HIV แล้ว ร่างกายไม่สามารถสร้าง Antibody HIV ได้ปริมาณมากในทันที  Antibody HIV จะถูกสร้างมากพอที่จะสามารถตรวจพบได้ในช่วง 3-4 สัปดาห์ หรือประมาณ 30 วัน นับจากได้รับเชื้อเป็นต้นไป ซึ่งระยะฟักเชื้อหรือที่เรียกกันว่า Window Period นั้น เราจะไม่สามารถตรวจเจอ Antibody HIV ด้วยชุดตรวจ แต่สามารถแพร่เชื้อ HIV สู่บุคคลอื่นได้

สำหรับท่านที่สงสัยว่า หากร่างกายสามารถสร้างแอนติบอดี หรือภูมิคุ้มกันเพื่อมาจัดการกับเชื้อไวรัส HIV ได้เอง เราจำเป็นจะต้องเข้ารับการรักษา หรือการตรวจเพื่อหาเชื้อ HIV อีกหรือไม่ คำตอบในส่วนนี้ก็คือ แม้ว่าร่างกายจะสร้าง Antibody HIV  ขึ้นมาเมื่อได้รับเชื้อ แต่การปล่อยให้แอนติบอดีของร่างกายจัดการต่อสู้กับเชื้อไวรัสจนหมดไปนั้นไม่สามารถทำได้ เพราะเชื้อไวรัส HIV จะค่อยๆทำลายภูมิคุ้มกันจนเกิดเป็นโรคเอดส์ ในระยะ 7-10 ปี การลดจำนวนเชื้อไวรัส HIV ในเลือด จำเป็นต้องเข้ารับการรักษาและรับยาต้านไวรัสจากแพทย์ เพราะร่างกายของเราไม่สามารถสร้างแอนติบอดีที่มีความสามารถและความจำเพาะเจาะจงมากพอที่จะกำจัดเชื้อไวรัสออกจากร่างกายได้อย่างมีประสิทธิภาพ ดังนั้นการตรวจเจอเชื้อไวรัส HIV ได้อย่างรวดเร็วและเข้ารับการดูแลรักษาที่ถูกวิธี จึงเป็นแนวทางที่ดีที่สุดที่จะลดความเสี่ยงในการเป็นโรคเอดส์ และดีที่สุดในการป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อ HIV สู่คนรอบข้าง

การตรวจ Anti HIV คืออะไร

การตรวจ Anti HIV คือ คือการตรวจเพื่อคัดกรอง หรือตรวจการติดเชื้อ HIV โดยใช้วิธีในการตรวจหา Antibody HIV ผ่านชุดตรวจเลือดเพื่อหาเชื้อประเภท Anti HIV ซึ่งในปัจจุบันถือว่าเป็นการตรวจที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในสถานพยาบาลทั้งภาครัฐและเอกชน มีผลการตรวจที่น่าเชื่อถือได้ ทั้งนี้ การใช้ชุดตรวจเลือดประเภท Anti-HIV นั้นจำเป็นต้องแจ้งหมอโดยละเอียดถึงระยะเวลาที่คาดว่าได้รับความเสี่ยงจากการติดเชื้อ เพราะจะตรวจได้เมื่อได้รับเชื้อหรือรับความเสี่ยงมามากกว่า 3-4 สัปดาห์ก่อนตรวจ และเพื่อผลที่แม่นยำยิ่งขึ้น เมื่อเข้ารับการตรวจหลังได้รับความเสี่ยงมาเกิน 3 เดือนขึ้นไป ก็ควรตรวจซ้ำอีกครั้ง เพื่อให้แน่ใจว่าร่างกายของเราสร้างภูมิคุ้มกันขึ้นมาแล้ว

ตรวจ Anti HIV ได้ที่ไหน อย่างไรบ้าง

ในปัจจุบันการเข้ารับการตรวจหาเชื้อ HIV มีความสะดวกรวดเร็วกว่าในอดีตมาก เราทุกคนที่มีบัตรประชาชนสามารถขอเข้ารับการตรวจเชื้อเอชไอวี (HIV) ได้ฟรีที่โรงพยาบาลของรัฐทุกแห่ง โดยสามารถขอรับการตรวจฟรีได้ปีละ 2 ครั้ง โดยใช้หลักฐานเป็นบัตรประชาชน หรือตรวจหาเชื้อเอชไอวี (HIV) ฟรี ได้ที่จุดให้บริการคลินิกนิรนาม ศูนย์วิจัยโรคเอดส์ สภากาชาดไทย หรือหากท่านใดสะดวก จะตรวจที่โรงพยาบาลเอกชนก็มีค่าใช้จ่ายที่ไม่สูงมากเช่นในอดีต ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับเครื่องมือและรูปแบบในการตรวจ เพราะสถานพยาบาลจะทำการตรวจ โดยเลือกวิธีที่เหมาะสมกับระยะฟักตัวของเชื้อ ซึ่งหากระยะฟักตัวของเชื้อไม่เพียงพอที่จะตรวจ Anti HIV ได้ ก็อาจจะเลือกใช้บริการการตรวจในรูปแบบอื่น เช่น การตรวจหาแอนติเจนของเชื้อ HIV หรือ HIV p24 antigen testing ซึ่งเป็นการตรวจโปรตีนของเชื้อที่ชื่อว่า p24 วิธีนี้สามารถตรวจได้ภายหลังการติดเชื้อประมาณ 14-15 วัน หรือ การตรวจโดยน้ำยาตรวจแบบ Fourth generation เป็นการตรวจโดยใช้ชุดตรวจแอนติบอดีจำเพาะต่อเชื้อ HIV และแอนติเจนของเชื้อพร้อมกันในน้ำยาเดียวกัน (HIV Ag/Ab combination assay) จึงเป็นการตรวจ Anti-HIV และ/หรือ HIV p24 antigen ในคราวเดียว  สามารถตรวจพบการติดเชื้อได้เร็วที่สุด 14-15 วัน หรือ 2 สัปดาห์หลังติดเชื้อ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับระยะเวลาและความเหมาะสมในการพิจารณาเลือกรูปแบบการตรวจที่คาดว่าจะได้ผลการตรวจที่แม่นยำที่สุด

ข้อดีของการตรวจเอชไอวีอย่างสม่ำเสมอ

ก่อนที่จะเข้าสู่เนื้อหาเกี่ยวกับชุดตรวจเอชไอวีด้วยตนเอง อยากให้ทำความเข้าใจเบื้องต้นของการตรวจเอชไอวีก่อนเป็นอันดับแรก ว่าประโยชน์ในการตรวจส่งผลดีต่อสุขภาพร่างกายรวมถึงการใช้ชีวิตอย่างไรบ้าง

การตรวจเอชไอวีเป็นจุดเริ่มต้นของการป้องกันตัวเอง

การเริ่มต้นดูแลตัวเองให้ห่างไกลจากเชื้อเอชไอวี สามารถทำได้ง่าย ๆ โดยการหันมาให้ความสำคัญกับการตรวจเอชไอวีเป็นประจำทุกปี หรือในผู้ที่มีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อควรตรวจอย่างสม่ำเสมอ เพื่อเป็นการตรวจเช็คร่างกายอย่างรอบคอบ ในกรณีที่ตรวจพบได้เร็วย่อมมีแนวทางการรักษาที่เหมาะสมและทันท่วงที รวมทั้งยังเป็นป้องกันการแพร่กระจายเชื้อไปสู่คู่นอนหรือคนรักได้อีกทางด้วยเช่นกัน

ลดความกังวลและความเครียดต่อความเสี่ยงที่ได้รับ

การมั่นใจว่าตนเองติดเชื้อเอชไอวีจากความเสี่ยงที่ผ่านมานั้น นับว่าเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อการเลือกตรวจเอชไอวี เนื่องจากความเสี่ยงจากการทำงาน การมีเพศสัมพันธ์กับผู้อื่น และมีพฤติกรรมเสี่ยงต่อการติดเชื้อต่าง ๆ ดังนั้นการทราบผลเลือดที่แน่ชัดจะช่วยให้การดำเนินชีวิตเป็นปกติและเพิ่มการป้องกันตัวเองมากยิ่งขึ้น

วางแผนครอบครัวได้ดียิ่งขึ้น

หลายครอบครัวให้ความสำคัญกับการตรวจสุขภาพร่างกายก่อนการแต่งงาน เพื่อให้สามารถวางแผนครอบครัวได้ดีต่อไปในอนาคต ซึ่งอาจเป็นการตรวจโรคทั่วไปและโรคที่เกี่ยวข้องกับเพศสัมพันธ์ โดยที่จะได้รับมือกับภาวะต่าง ๆ ที่อาจเกิดขึ้นได้อย่างทันท่วงที

อย่างไรก็ตามการตรวจหาเชื้อ HIV นั้น แต่ละวิธีหรือแต่ละรูปแบบ ก็มีจุดแข็งและจุดอ่อนที่แตกต่างกัน ผู้ที่ต้องการเลือกตรวจสามารถเลือกในรูปแบบที่เหมาะสมกับเราได้ โดยในปัจจุบันมีชุดเทส HIV ในรูปแบบที่สามารถหาซื้อมาตรวจด้วยตนเองที่บ้านได้ ทำให้เกิดความสะดวกและสามารถตรวจเพื่อความมั่นใจ ลดความกังวลของผู้มีความเสี่ยงได้ดียิ่งขึ้น  สิ่งสำคัญก็คือ เมื่อได้รับความเสี่ยงมาต้องเข้ารับการตรวจ หรือหาวิธีในการตรวจด้วยตนเองให้เร็วที่สุด และต้องมั่นใจว่าเลือกวิธีการตรวจที่เหมาะสมกับระยะการฟักตัวของเชื้อ เพราะโรคเอดส์ไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด หากรู้ตัวเร็ว ดูแลรักษาตัวเองอย่างดีภายใต้คำแนะนำของแพทย์ ก็สามารถมีอายุที่ยืนยาวและชีวิตได้ใกล้เคียงกับคนปกติทุกอย่าง

Similar Posts